บทความ

ภูเขามีไว้ปีน ปัญหามีไว้ให้แก้: โป๊ปฟรานซิส / กษิต ภิรมย์

ภูเขามีไว้ปีน ปัญหามีไว้ให้แก้: โป๊ปฟรานซิส / กษิต ภิรมย์

เนื่องวันนี้เป็นวันสำคัญของชาวคริสต์ทั่วโลก นั่นคือวันคริสมาสต์ ดังนั้นก็ขออนุญาตนำบทความเกี่ยวกับบุคคลที่สำคัญที่สุดในหัวใจชาวคริสต์มาฝากกัน ก็คือโป๊ปฟรานซิส ซึ่งท่านเป็นพระสันตปาปาที่มีหัวใจนักปฏิรูปอย่างเต็มเปี่ยม สมควรแก่การคาระวะเป็นอย่างยิ่ง

ภูเขามีไว้ปีน ปัญหามีไว้ให้แก้: โป๊ปฟรานซิส / กษิต ภิรมย์
หนังสือพิมพ์แนวหน้า วันพุธที่ 10 ธันวาคม 2557
คอลัมน์การเมือง / คิดเพื่อเขียน

มีคำถามกันมานมนาน และคงถามกันอีกไม่จบสิ้นว่า ทำไมต้องปีนเขา? ถ้าให้ตอบแบบกำปั้นทุบดิน ก็คงตอบว่า เพราะมีภูเขาอยู่ เมื่อมีภูเขา ก็เลยปีน อาจเพราะมันสนุกดี มีความท้าทาย หรือด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก็แล้วแต่และหากถามต่อว่า มันคุ้มกับความเสี่ยงหรือ? นักปีนเขา หรือคนที่มีจิตใจเข้มแข็ง ก็มักจะตอบว่า รู้ถึงความเสี่ยงแถมรู้ดีเสียด้วย และเพราะความเสี่ยงนี่แหละ ยิ่งเสี่ยง ก็ยิ่งท้าทาย อยากต่อสู้กับความยากลำบาก ถ้าฝ่าฟันไปได้มันเหมือนได้รับความสำเร็จอย่างหนึ่งในชีวิตเลยทีเดียว

ฉันใดก็ฉันนั้น มนุษย์เมื่อเกิดมาก็ต้องต่อสู้กับชีวิตที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และจุดเริ่มต้นก็คือ จะต้องเอาชนะที่ตัวเราเอง ต้องควบคุมตัวเอง ต้องมีสติและมีความอดทน ถึงแม้จะมีตัวช่วยอยู่บ้าง มากบ้าง น้อยบ้าง จากครอบครัว ญาติ เพื่อนฝูงและก็สังคม แต่ท้ายสุดแล้ว ตนก็เป็นที่พึ่งแห่งตน อยู่ดี

เพราะทุกคนก็ต้องดำรงชีวิต คนส่วนใหญ่มีภาระหน้าที่และเผชิญปัญหาที่มักเกี่ยวโยงกับชีวิตส่วนตัว รวมทั้งงานที่ทำ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต บางคนจัดการกับชีวิตตนเองได้ดีแล้วมีเวลาเหลือ ก็อยากทำอะไรให้สังคม เช่น อาสาเข้ามารับหน้าที่เพื่อรับใช้บ้านเมืองเมื่อบ้านเมืองมีปัญหา จะเล็กจะใหญ่เมื่อตั้งใจอาสาเข้ามารับหน้าที่ใดก็ตามจะหลีกเลี่ยงปัญหาไม่ได้เด็ดขาด ต้องทำตามหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบและซื่อสัตย์สุจริตอย่างเต็มความสามารถ

ภาระหน้าที่ในระดับโลกหรือต่อมวลมนุษย์โดยรวมนั้น มีน้อยคนนักที่จะได้รับผิดชอบ เพราะเป็นภาระที่ยิ่งใหญ่ ต้องอาศัยจิตใจที่แข็งแกร่งกว่าคนธรรมดามากมาย ส่วนจะทำสำเร็จหรือไม่ จะได้ผลดังที่ตั้งใจคาดหวังหรือไม่ ก็ขึ้นกับความตั้งอกตั้งใจ ความมุ่งมั่นเอาจริงเอาจังเป็นสำคัญคือต้องเพียรพยายามเต็มที่ให้เป็นที่ประจักษ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนเริ่มต้น เพราะไม่อาจคาดอะไรได้เลย
หนึ่งในบุคคลที่กำลังรับหน้าที่ยิ่งใหญ่ของโลกคือ สาธุคุณเจ้าฟรานซิส พระสันตะปาปา หรือ โป๊ปองค์ปัจจุบันท่านเข้ารับตำแหน่งเกือบ 2 ปีแล้ว ซึ่งในยุคโลกาภิวัตน์ ปัญหาของโลกศาสนจักรคริสตังค์หรือคาทอลิก ได้กองสุมอยู่มากมาย ตั้งแต่ ศาสนิกชนตีจาก คนไม่เข้าโบสถ์ คนไม่เชื่อหรือเคารพคำสั่งสอน แถมบางคนยังดูถูก เหยียดหยามสำนักวาติกันและโลกคาทอลิกเสียอีก โดยเฉพาะเมื่อมีข่าวอื้อฉาวเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศของผู้บวชเรียน เรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น เล่นพรรคเล่นพวกในอาณาจักรบริหารของวาติกัน โบสถ์กับพระดูห่างเหินห่างไกลจากลูกวัด และคำสั่งหรือการตีความคำสั่งสอนบางอย่างที่ไม่ค่อยสอดคล้อง หรือบางครั้งก็สวนทางกับวิวัฒนาการสังคมและการดำรงชีวิต เช่น การกลับสู่ศาสนาเมื่อหย่าร้างแล้ว เรื่องเพศสัมพันธ์คนเพศเดียวกัน เรื่องการทำแท้ง เป็นต้น

นอกจากนั้นโลกคาทอลิกยังเผชิญกับการขัดแย้งทางความเชื่อ ทั้งภายในโลกคริสเตียนด้วยกัน และระหว่างคริสเตียนกับศาสนาอื่นๆ รวมไปถึงความโหดร้ายที่มนุษย์กระทำต่อกัน เพียงเพราะมีความต่างทางความเชื่อถือและเชื้อชาติ

ซึ่งโป๊ปฟรานซิสได้แสดงความมุ่งมั่นตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง จะแก้ไขปัญหาภายในโลกคาทอลิกและนำพาให้โลกคาทอลิกอยู่กับโลก ร่วมจรรโลงสันติภาพและสันติสุขให้เกิดแก่มวลมนุษย์ทั้งปวง
ด้วยแนวคิดที่ว่า จะแก้ปัญหาก็ต้องเริ่มต้นที่ตัวก่อน แม้บัดนี้โป๊ปฟรานซิส ดำรงตำแหน่งสูงสุดในโลกคาทอลิกก็ตาม ท่านก็ยังคงประพฤติและดำรงตนอย่างเรียบง่ายดังที่เคยทำมาตลอด รวมถึงการทำงานแบบถึงลูกถึงคนคือ ศึกษาอย่างถ่องแท้ และใช้การปรึกษาหารือ รวมทั้งตัดสินใจเพื่อให้เกิดข้อยุติ

ในการร่วมจรรโลงโลกกับศาสนาอื่นๆ โป๊ปฟรานซิสออกมาพูดเรียกร้องให้บรรดาผู้นำอิสลามทุกนิกายช่วยกันประกาศ ปฏิเสธการอ้างศาสนาเพื่อใช้ความรุนแรง เป็นเครื่องมือในการเอาชนะผู้เห็นต่าง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไม่เพิกเฉยต่อการแสวงหาความร่วมมือจากผู้นำศาสนาต่างๆ

ในด้านความร่วมมือกับฝ่ายการเมืองโป๊ปฟรานซิสเห็นว่า ยุโรปโดยรวมและผู้นำยุโรปไม่สามารถนำมวลโลกทั้งความคิดและการกระทำได้ดังอดีต ท่านก็เรียกร้องให้ยุโรปตื่นจากภวังค์ ไม่ทำตนเป็นคนแก่ชรา อิดโรย และให้โอบอ้อมอารีต่อเพื่อนมนุษย์ โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวและผู้อพยพมาตั้งถิ่นฐานในยุโรป

ขณะเดียวกันท่านไม่มองข้ามการปฏิรูปองค์กร โป๊ปฟรานซิสได้ตัดสินใจและเริ่มดำเนินการปรับปรุงการบริหารจัดการภายในสำนักงานวาติกันอย่างเร่งด่วน เช่น ยุบรวมหน่วยงานให้กระชับ และให้ออกไปรับใช้ผู้คนให้กว้างขวางจริงจังยิ่งขึ้น นำฆราวาสเข้าร่วมทำงานให้มีความเป็นมืออาชีพและลดบทบาทฝ่ายสงฆ์ที่มักผูกติดกับการเป็นระบบราชการ มุ่งยศถาบรรดาศักดิ์มากกว่าทำงานอย่างมืออาชีพ ในขณะเดียวกันก็มุ่งลดการมีศูนย์รวมอำนาจที่สำนักงานวาติกัน โดยการกระจายอำนาจให้ระดับท้องถิ่นต่างๆ นอกสำนักวาติกันให้มีความคล่องตัวรับผิดชอบและตัดสินใจทำงานใกล้ชิดกับลูกบ้านมากยิ่งขึ้น
ข้ามไปยังแนวคิดศาสนจักรที่ยังเป็นข้อขัดแย้งกับวิวัฒนาการทางสังคมโป๊ปฟรานซิสก็เร่งพิจารณาปัญหาเพศสัมพันธ์เดียวกัน และเรื่องชีวิตครอบครัวว่าด้วยการทำแท้งและการหย่าร้าง เพื่อปรับปรุงคริสตจักรให้เข้ากับยุคสมัย โดยไม่ตัดขาดจากหลักคำสั่งสอนของการไม่ทำลายชีวิตและความศักดิ์สิทธิ์ของชีวิตครอบครัว ซึ่งยังไม่ได้ข้อยุติในทันที แต่เป็นที่คาดหวังว่าจะมีบทสรุปออกมาในไม่ช้า

และแน่นอนการแก้ปัญหาปรับเปลี่ยน เปลี่ยนแปลงและปฏิรูปใดๆ มักเผชิญกับพวกอนุรักษ์นิยม พวกยึดมั่นติดมั่นกับระบบเก่าๆ ถือเป็นเรื่องธรรมดา และเป็นความท้าทายที่ต้องเผชิญ จะต้องฟันฝ่าไปให้ได้ เพื่อให้โลกคาทอลิกและสำนักงานวาติกันจักได้คงอยู่เจริญก้าวหน้า รับใช้ผู้นับถือศาสนาคริสตังค์นิกายคาทอลิกต่อไปอย่างยั่งยืน ไม่ถูกสังคมที่ก้าวหน้าเดินจากไป และทิ้งศาสนาไว้เบื้องหลัง
เมื่อมองดูท่านแล้ว ลองย้อนกลับมามองดูตัวเรา ประเทศไทยที่ป่าวประกาศว่า ตนเองเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาของโลกในยุคนี้ ก็สมควรจะหันมาแก้ปัญหาบ้านเมืองและปัญหาโลกพุทธของเรากันเสียที เชื่อว่า คงมีคนที่จะเริ่มคิดเริ่มทำกันอยู่แล้ว เพียงแต่อาจไม่ได้มีตำแหน่งหน้าที่ความรับผิดชอบดังนั้นใครที่รู้ตัวว่ามีอำนาจมีหน้าที่แต่ไม่เคยได้ช่วยปฏิรูปสังคมและศาสนา ก็สมควรลุกออกจากเก้าอี้ไปได้แล้ว คนอื่นๆ ที่เขามีจิตใจมุ่งมั่น มีไฟแรงพร้อมลองปีนเขาแห่งความท้าทายนี้ จะได้แสดงฝีมือกันเสียที อย่ามัวแต่นั่งทับตำแหน่งไปวันๆ แล้วปล่อยให้ศีลธรรมหลุดลอยไปจากวัดและจิตใจคนไทยอีกเล

Credit ภาพ : http://i.huffpost.com/gen/1475727/thumbs/o-POPE-FRANCIS-570.jpg?1


ที่มา https://www.facebook.com/KasitPirom



บทความอื่นๆ