บทความ

พลังงาน เรื่องระหว่างบรรทัด : โดยอานิก อัมระนันทน์

พลังงาน เรื่องระหว่างบรรทัด : โดยอานิก อัมระนันทน์

คอลัมน์นี้ที่ผ่านมาถือว่าหนักด้านพลังงาน เป็นเพราะได้เกิดมีขบวนการให้ข้อมูล-ข้อเสนอทางพลังงานที่ปัจจุบันขยายตัวเป็น
กระแส “ทวงคืนพลังงาน“ โดยเป้าหมายที่ปรากฏล้วนเป็นเจตนาที่ดี

หากแต่มีการให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนในหลายๆประเด็น บางอย่างก็ขัดกับข้อเท็จจริง กลายเป็นการให้ข้อมูลที่บิดเบือน มีประเด็น “ระหว่างบรรทัด“ ที่หลุดหายหรือถูกซ่อนไว้มากมาย

ก่อให้เกิดความเข้าใจที่ไม่ตรงตามความเป็นจริงในหลายๆ ด้าน และนำไปสู่ข้อสรุปที่แม้ตอบโจทย์ทางชาตินิยมและประชานิยมได้ดี แต่จะมีผลกระทบเสียหายต่อประเทศทั้งในระยะยาวและอนาคตอันใกล้ ทั้งในแง่เศรษฐกิจตั้งแต่ภาคอุตสาหกรรม-พาณิชย์จนถึงภาคครัวเรือน ผลต่องบประมาณประเทศ ไปจนถึงความเสี่ยงต่อการทุจริตคอร์รัปชั่นที่กลับจะเพิ่มมากขึ้น ปัญหานโยบายพลังงานที่ผิดพลาดอาจทำให้ประชาชนเดือนร้อนถึงขั้นวิกฤติได้อย่างในประเทศเวเนซุเอลา

จึงเป็นหน้าที่พลเมืองอันสำคัญของผู้รู้ผู้เกี่ยวข้องที่จะต้องชี้แจงข้อเท็จจริง เนื่องด้วยประสบการณ์ด้านพลังงาน ทั้งในฐานะผู้บริหารในธุรกิจพลังงานภาคเอกชน และในบทบาทฝ่ายตรวจสอบในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการพลังงานของสภาผู้แทนฯ ผู้เขียนเป็นคนหนึ่ง
ที่ได้ฝ่ากระแสลุกขึ้นมานำเสนอข้อมูลและมุมมอง “ระหว่างบรรทัด”

จากบทความในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ผู้เขียนได้คัดเลือกรวมเล่มเป็นหนังสือ “พลังงาน เรื่องระหว่างบรรทัด” ซึ่งจะเปิดตัวปลายเดือนมกราคมนี้โดยวางจำหน่ายที่ซีเอด ตัวอย่างประเด็นตามหมวดหมู่ :-

เรื่องราคา – ทำไมราคาน้ำมันลดช้า? ปิโตรเคมีซื้อ LPG ถูกกว่าภาคประชาชนจริงหรือ? กลไกตลาดสร้างความเป็นธรรมมากกว่านโยบายราคาถูกได้อย่างไรการ
บริหารทรัพยากรปิโตรเลียม – ไทยมีมากมายขนาดไหน? ระบบแบ่งปันผลผลิตดีกว่าจริงหรือ? สำรองใกล้หมด? สัมปทานรอบ21 เปรียบเทียบฟู้ดคอร์ท
ข้อกังขาเกี่ยวกับ ปตท. – แปรรูปหรือขายชาติ? คืนท่อครบไหม? บทบาท สตง.กับรับรองบัญชีทรัพย์สิน ควรใช้ ปตท.ทำสวัสดิการรัฐอย่างไรให้ดีที่สุด?
ประเด็นร้อนอื่นๆ – โครงสร้างพลังงานไทยเลวร้ายจริงหรือเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ? ข้อคิดในวิกฤติไฟฟ้า พลังงานทดแทนติดขัดตรงไหน กองทุนน้ำมันฯ กองทุนอนุรักษ์ฯ การส่งออกน้ำมัน การนำเข้าแทนผลิตเอง
นอกจากข้อมูลข้อเท็จจริง แง่คิด หนังสือเล่มนี้ยังเสนอทางออกเชิงโครงสร้าง เช่น การปฏิรูป ปตท. ปฏิรูปการกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจทั้งด้านประสิทธิภาพและธรรมาภิบาล ปฏิรูป พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า

รวมถึงการใช้ประโยชน์จากกลไกตลาด ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเงินที่ประหยัดได้จากการอุดหนุนราคา ซึ่งความจริงแล้วช่วยคนรวยมากกว่าคนจนและกลับยิ่งเพิ่มความเหลื่อมล้ำนั้น สามารถนำไปใช้ดูแลผู้ด้อยโอกาสได้อย่างเต็มที่ ทั่วถึงและยั่งยืน

และยังเหลือพอที่จะทำโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมขนส่งเพื่อให้เกิดความสะดวกสบายและประหยัดพลังงานสำหรับทุกๆคน อีกทั้งพลังงานหมุนเวียนและการอนุรักษ์พลังงานก็จะสามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็วขึ้น

ผลรวมของการใช้กลไกตลาดจะทำให้เศรษฐกิจเข้มแข็งเติบโตได้มากกว่า ประชาชนทั่วไปมีความเป็นอยู่ที่ดีกว่าระบบชาตินิยมสุดโต่งควบประชานิยม หรือระบบวางแผนจากส่วนกลางซึ่งประวัติศาสตร์โลกได้พิสูจน์แล้วว่าทำให้เศรษฐกิจอ่อนแอ แม้จะไม่ “จนเท่ากันทุกคน” แต่คนจนจะยากลำบากกว่าในโลกเสรีนิยมของกลไกตลาด
ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกอย่างจะต้องอยู่ในกรอบของการแข่งขันที่เป็นธรรม กำกับดูแลกิจกรรมผูกขาดโดยธรรมชาติอย่างรัดกุม และปกป้องผู้บริโภคไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ

พลังงานเป็นเรื่องใกล้ตัว แต่สลับซับซ้อนและมีผลกระทบกว้างขวาง การปฏิรูปพลังงานจะสำเร็จได้ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง เพื่อให้ได้ของใหม่ที่จะดีกว่าเดิมจริงๆ ข้อเสนอต้องมีความชัดเจนมากกว่าวาทกรรม ไม่ใช่อะไรใหม่ก็จะดีเพียงเพราะคิดว่าของเดิมแย่ไปหมด แต่ต้องเรียนรู้ทั้งข้อดีและข้อผิดพลาดจากอดีต

ทุกฝ่ายต้องตระหนักถึงความเชื่อมโยงในระบบเศรษฐกิจและสังคม ภาคอุตสาหกรรมมีการจ้างงานลูกหลานจากภาคเกษตร จึงมีความสัมพันธ์ที่ไม่ควรแบ่งแยกดั่ง “น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า”

การปฏิรูปต้องมีกระบวนการรับฟังข้อมูล ความคิดเห็นที่แตกต่างจากผู้มีส่วนได้เสียทุกด้าน ตั้งแต่ผู้บริโภค ภาคประชาสังคม ผู้ประกอบการ ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์จริง ไปจนถึงผู้ที่ต้องบริหารนโยบาย

การบริหารพลังงานเป็นประเด็นร้อนเพราะถูกการเมืองแทรกแซง อีกทั้งถูกใช้เป็นประเด็นการเมืองเนื่องจากเป็นเรื่องที่ปลุกกระแสง่าย ซึ่งการปฏิรูปพลังงานอย่างยั่งยืนควรตอบโจทย์นี้ด้วย

แต่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้กระแสทวงคืนพลังงานแพร่หลายคือ สื่อออนไลน์ที่มักขาดความรับผิดชอบ ประกอบกับคนจำนวนมากชอบการชี้นำจากผู้อื่นโดยไม่ใช้วิจารณญาณ อาจไม่มีเวลาอ่านหรือขี้เกียจคิด ยิ่งเนื้อหาสะใจก็ยิ่งชอบยิ่งแชร์ให้เป็นกระแส ยิ่งใช้ชื่อปลอมได้ก็ยิ่งพากันใส่ไฟดิสเครดิตผู้ที่ฝ่ากระแสออกมาให้ข้อเท็จจริงจนถึงขั้นสร้างความเกลียดชัง จึงไม่แปลกที่ผู้เสียหายต้องฟ้องร้องเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและความบริสุทธิ์

“เรื่องระหว่างบรรทัด” มีความหมายมากเกินกว่าการชี้แจงในศาลยุติธรรม เพราะในโลกาภิวัตน์ปัจจุบันที่ข้อมูลล้นหลามนั้น สังคมจะอ่อนแอ ประชาธิปไตยจะไร้ค่า หากพลเมืองไม่รับรู้ข้อมูลให้รอบด้าน

ขอเชิญชวนทุกท่านเปิดใจรับฟัง “ชุดความจริง” อีกด้านของพลังงานในหนังสือ “พลังงาน เรื่องระหว่างบรรทัด”

จะ “เชื่อ” หรือไม่ เชื่อขนาดไหน เป็นเอกสิทธิของท่าน แต่อาจเป็นหน้าที่พลเมืองที่จะต้องเรียนรู้เรื่องพลังงานหากท่านจะร่วมตัดสิน
ว่าอะไรดีหรือไม่ดีสำหรับประเทศและประชาชน

# ลงในโพสต์ทูเดย์ พุธ 31 ธันวาคม 2557
# ความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน มิใช่ขององค์กรใด

ขอบคุณเพจ @อานิก อัมระนันทน์



บทความอื่นๆ