บทความ

เป็นเรื่อง! ประมูลเครื่องกั้น รฟท. สะดุด

เป็นเรื่อง! ประมูลเครื่องกั้น รฟท. สะดุด

เป็นเรื่อง!
ประมูลเครื่องกั้น รฟท. สะดุด


ตามที่ผมได้โพสต์เรื่อง “กลิ่นไม่ดีที่ รฟท.” ไปเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2558 และเรื่อง “กระตุกประจินทุบโต๊ะอย่าล็อกสเปก” ไปเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2558 กรณีการประกวดราคาจัดหาและติดตั้งเครื่องกั้นถนนชนิดคานทำงานอัตโนมัติของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จำนวน 130 แห่ง วงเงิน 403,435,972.33 บาท ที่มีการระบุยี่ห้อของเครื่องนับเพลาล้อไว้ 3 ยี่ห้อ พร้อมกับได้ตั้งคำถามว่าเป็นการล็อกสเปกให้บริษัทที่จำหน่ายเครื่องนับเพลาล้อเหล่านั้น หรือกีดกันยี่ห้ออื่นที่ รฟท. เคยใช้มาก่อนหรือไม่ พร้อมทั้งขอให้ พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง รมว. คมนาคม สั่งการไปที่ รฟท.ให้ดำเนินการประมูลอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม อย่าให้เสียชื่อรัฐบาลที่ต้องการมาปราบการทุจริตคอร์รัปชั่น นั้น


เมื่อวานนี้ (5 กุมภาพันธ์ 2558) ศาลปกครองได้มีคำสั่งทุเลาการบังคับตามประกาศประกวดราคาของ รฟท. ก่อนพิพากษาคดี ส่งผลให้ประกาศประกวดราคาไม่มีผลบังคับใช้เป็นการชั่วคราว โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้


1. การกำหนดเครื่องนับเพลาล้อของโครงการจัดหาและติดตั้งเครื่องกั้นถนนชนิดคานทำงานอัตโนมัติไว้ 3 ยี่ห้อนั้น ข้อกำหนดดังกล่าวไม่น่าจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามมติคณะรัฐมนตรีแจ้งตามหนังสือสำนักเลขาคณะรัฐมนตรีที่ สร 0203/ว 157 ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2519 ซึ่งกำหนดว่าห้ามมิให้มีการระบุยี่ห้อหรือกำหนดลักษณะเฉพาะของสิ่งของที่จะซื้อให้ใกล้เคียงกับสิ่งของยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งหรือของผู้ขายรายใดรายหนึ่งโดยเฉพาะ จนเป็นเหตุให้ผู้ขายรายอื่นเสียเปรียบโดยไม่เป็นธรรม ทั้งยังเป็นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบการรถไฟแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2544 ข้อ 31 วรรคหนึ่ง


2. สำหรับเหตุผลเรื่องการกำหนดเครื่องนับเพลาล้อ 3 ยี่ห้อ โดยผู้ถูกฟ้องคดี (รฟท.) อ้างว่าเครื่องนับเพลาล้อเป็นเทคโนโลยีที่ซับซ้อน จำเป็นต้องสำรองอะไหล่ไว้ใช้ในการบำรุงรักษา กอปรกับเจ้าหน้าที่บำรุงรักษาส่วนมากมีความรู้ต่ำและมีจำนวนไม่เพียงพอ หากต้องเรียนรู้ยี่ห้ออื่นๆ จะเกิดความสับสนนั้น ข้ออ้างและปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาในการบริหารจัดการและสามารถแก้ไขได้ ยังไม่มีเหตุผลหรือข้ออ้างความจำเป็นถึงขนาดที่จะนำมาเป็นข้ออ้างเพื่อไม่ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี และระเบียบการรถไฟแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2544


3. ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนได้ความว่า ในขั้นตอนการนำร่างข้อกำหนดของผู้ว่าจ้าง (Terms of Reference หรือ TOR) และร่างเอกสารประกวดราคาลงประกาศเผยแพร่ทางเว็บไซต์ของผู้ถูกฟ้องคดี (รฟท.) และกรมบัญชีกลาง เพื่อให้สาธารณชนเสนอแนะและวิจารณ์หรือมีความเห็นนั้น ผู้ถูกฟ้องคดีไม่ได้นำรายการละเอียดหมายอักษร ข (ข้อกำหนดคุณลักษณะทางเทคนิค หรือ Specifications ของเครื่องนับเพลาล้อและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง) ข้อกำหนดของผู้ว่าจ้าง (TOR) และเอกสารทางเทคนิคอื่นๆ เผยแพร่ทางเว็บไซต์ จึงเป็นการกระทำที่ไม่น่าจะชอบด้วยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2549


4. ผู้ถูกฟ้องคดี (รฟท.) อ้างว่ากรมบัญชีกลางได้กำหนดการลงบันทึกไว้ในระบบ e-GP (Electronic Government Procurement) ของกรมบัญชีกลางไว้ไม่เกิน 2 เมกะไบต์ ประกอบกับ ปปช. ได้กำหนดให้มีการลงเอกสารที่มาของราคากลางซึ่งเดิมไม่ได้กำหนดไว้ เป็นเหตุให้ผู้ถูกฟ้องคดีไม่สามารถลงเอกสารในเว็บไซต์ของกรมบัญชีกลางได้ทั้งหมด ศาลเห็นว่าไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ถูกฟ้องคดีมีข้อจำกัด หรือปัญหาอุปสรรคถึงขนาดไม่สามารถนำรายการละเอียดหมายอักษร ข ข้อกำหนดของผู้ว่าจ้าง (TOR) และเอกสารทางเทคนิคอื่นๆ ลงประกาศเผยแพร่ทางเว็บไซต์ของผู้ถูกฟ้องคดีได้ การที่ผู้ถูกฟ้องคดีไม่ลงประกาศเผยแพร่เอกสารดังกล่าวซึ่งเป็นสาระสำคัญที่จะต้องประกาศให้สาธารณชนหรือผู้สนใจที่จะเข้าร่วมในการประกวดราคาทราบทางเว็บไซต์ของผู้ถูกฟ้องคดี จึงไม่อาจอ้างได้ว่าดำเนินการถูกต้องครบถ้วนตามระเบียบแล้ว ข้ออ้างของผู้ถูกฟ้องคดีจึงฟังไม่ขึ้น


ดังนั้น วันนี้ (6 กุมภาพันธ์ 2558) เวลา 09.45 น. รฟท. จึงจะไม่สามารถเคาะราคาหาผู้ชนะการประมูลตามที่กำหนดไว้ได้ การประมูลโครงการนี้มีกลิ่นโชยถึงขนาดนี้แล้ว จึงถึงเวลาแล้วหรือยังที่ รมว. คมนาคม จะสั่งการไปที่ รฟท.ให้ดำเนินการประมูลด้วยความโปร่งใสซะที



บทความอื่นๆ