บทความ

เสรีนิยม–นิรเสรีนิยม

เสรีนิยม–นิรเสรีนิยม

โดย นายกษิต ภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
หนังสือพิมพ์แนวหน้า วันพุธที่ 30 กันยายน 2558
คอลัมน์การเมือง / เขียนเพื่อคิด
.
เมื่อวันที่ 17-19 กันยายน ที่ผ่านมาผมได้รับเชิญจากสถาบันวิชาการประชาธิปไตยและเศรษฐกิจ (Institute for Democracy and Economic Affairs – IDEAS) ให้ไปร่วมการประชุมว่าด้วยเรื่อง “The Liberalism Conference: Trends, Challenges andFuture Prospects”? (เสรีนิยม ความท้าทาย และลู่ทางแนวโน้ม) โดยผมได้รับหน้าที่ให้กล่าวสุนทรพจน์หลัก(Keynote Address) ภายใต้หัวข้อ Liberalism in Southeast Asia (เสรีนิยมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) ผมจึงขอถือโอกาสนี้นำมาสรุปและเล่าสู่กันฟังเพื่อเป็นข้อคิดและเชิญชวนทุกท่านมาเข้าร่วมการต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพของไทยกันต่อไปอย่างไม่ท้อถอย
ในสุนทรพจน์นั้น ผมได้ขออนุญาตขยายขอบเขตภูมิศาสตร์จากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปสู่วงกว้างขึ้นอีกหน่อยก็คือ ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งขยายไปยังเอเชียกลางสู่คาบมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันออก
.
ผมได้สรุปใจความว่า ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกโดยรวม และในอนุภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นการเฉพาะนั้น สิ่งที่เห็นเป็นประจักษ์อยู่คือ ต่างเต็มไปด้วยสภาวะของการไร้ซึ่งความเป็นเสรีนิยม หรือ นิรเสรีนิยม (Illiberalism) มากกว่า เสรีนิยม (Liberalism) แม้จะมีปรากฏการณ์ของเสรีนิยมในรูปแบบของการเลือกตั้งภายใต้ระบอบประชาธิปไตยในประเทศเอเชีย-แปซิฟิกเป็นส่วนใหญ่ก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติและความเป็นจริงแล้ว การเลือกตั้งเป็นแค่กลไกที่ทำให้ดูดี เป็นแค่หนทางสู่อำนาจรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่หลังจากนั้นผู้ที่ชนะการเลือกตั้งที่ได้ครองอำนาจรัฐก็มักประพฤติตนสวนทางกับหลักการและเป้าหมายของเสรีนิยม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องสิทธิเสรีภาพ การมีส่วนร่วม การกระจายแบ่งแยกและการถ่วงดุลคานอำนาจ การยึดและเคารพกฎหมาย หรือการปฏิบัติหน้าที่อย่างโปร่งใสมีธรรมาภิบาลและตรวจสอบได้
.
ที่เห็นๆ กันโดยทั่วไปจนชินตาเลยก็คือ เผด็จการผู้นำ เผด็จการพรรคเดียวพรรคใหญ่ ระบบเล่นพรรคเล่นพวก ระบบอุปถัมภ์ ระบบทุนนิยมสามานย์ ระบบประชานิยม ระบบชาตินิยม เป็นต้น และในขณะเดียวกัน ก็โกงกิน กอบโกย กันอย่างมันมือ คะนองใจ
ที่สำคัญ ในหลายๆ ประเทศยังมีปัจจัยปัญหาพื้นฐานเข้ามาทับถมเพิ่ม ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการขับเคลื่อนหรือความก้าวหน้าของสังคมเสรีนิยม อันได้แก่เรื่องชาติพันธุ์นิยม ความเชื่อถือนิยม เช่น ในอัฟกานิสถาน ปากีสถาน มาเลเซีย พม่า หรือการที่กองทัพมีบทบาทเป็นของคู่บ้านคู่เมือง และกระทำตัวเป็น“ผู้เล่น” ทางการเมืองที่สำคัญอย่างขาดเสียมิได้ เช่น ปากีสถาน พม่า ไทย ซึ่งรายหลังยังแถมด้วย การมีวัฏจักร เลือกตั้งคอร์รัปชั่น ปฏิวัติ เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ที่กองทัพเข้ามามีบทบาทอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
.
ในขณะที่ จีน เกาหลีเหนือ เวียดนาม และลาว นั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะรัฐบาลกระทำตนเป็นเผด็จการพรรคคอมมิวนิสต์ ขณะที่บรูไน ก็ยังคงความเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์อย่างมั่นคง
เสรีนิยมในรูปแบบของเสรีประชาธิปไตยที่ยังสามารถเห็นได้ในภูมิภาคนี้ ก็คงมีแค่ใน ไต้หวัน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น และตามมาด้วยฟิลิปปินส์ ภูฏาน มองโกเลีย และอินโดนีเซีย (ซึ่งสิทธิเสรีภาพทางด้านการนับถือศาสนาก็ยังไม่ค่อยเบ่งบาน) ซึ่งทั้งหมดนี้จัดได้ว่าเป็นส่วนน้อยในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ในขณะที่ประเทศที่เหลือต่างถูกครอบงำด้วยนิรเสรีนิยม
.
แล้วในสถานการณ์ที่ค่อนข้างจะมืดมนนี้ บรรดาพวกเสรีนิยมจะอยู่และทำตัวกันอย่างไร? จะยอมแพรับสภาพ หรือต่อสู้ต่อไปกันดี ซึ่งไม่ว่าอย่างไรก็คงต้องสรุปไปก่อนว่า จะต้องมุ่งหน้าสู้ต่อไปอย่างไม่ลดละ ส่วนเรื่องอย่างไร หรือวิธีการนั้น ก็คงต้องดำเนินการอยู่บนพื้นฐานของการให้ความรู้ความเข้าใจกับพลเมืองประเทศต่างๆ เกี่ยวกับอุดมการณ์เสรีนิยม ระบบการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ผลดีและข้อพึงระวัง ประโยชน์ของการเป็นเสรีชนของการมีส่วนร่วมในวิถีทางของชีวิตของสังคมในแต่ละประเทศ และในขณะเดียวกันก็ควรที่จะต้องมีการกระชับความสัมพันธ์ เสริมสร้างเครือข่ายกับทั่วอนุภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยบรรดาพรรคการเมืองปีกเสรีนิยม ขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมือง นักคิดนักเขียน และองค์กรระดับภูมิภาค เช่น คณะมนตรีนักประชาธิปไตย และนักเสรีนิยมแห่งเอเชีย (Council of Asian Liberals and Democrats - CALD) ซึ่งมีสำนักงานกลางอยู่ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ในการขับเคลื่อนอุดมการณ์เสรีนิยม และการเมืองการปกครองแบบเสรีประชาธิปไตย
.
ประเด็นที่สำคัญของเสรีนิยมนั้นคือ ไม่มีมนุษย์ใดต้องการถูกกดขี่ ต้องการตกอยู่ในสภาพความหวาดกลัว ต้องการถูกขูดรีดเอารัดเอาเปรียบ ถูกมอมเมา หลอกลวง เพราะโดยพื้นฐานแล้วมนุษย์ทุกคนต่างต้องการเป็นเสรีชน ต้องการโอกาส ความเสมอภาค และความยุติธรรม ในเมื่อความต้องการพื้นฐานของมนุษย์เป็นเช่นนั้น นิรเสรีนิยมก็ย่อมไม่สามารถคงอยู่อย่างยั่งยืนถาวรได้ ซึ่งตรรกะพื้นฐานนี้ถือเป็นขวัญและกำลังใจต่อค่ายเสรีนิยมที่จะให้มีความมุ่งมั่น เพียรพยายามกันต่อไป
.
และในวันนี้ สังคมไทยได้กลายเป็นแบบอย่างของการต่อสู้อย่างไม่ลดละเพื่อความเป็นเสรีประชาธิปไตย โดยที่ความสำเร็จอยู่แค่เอื้อม ไม่ห่างไกล ดังนั้น ผู้มีอำนาจรัฐในวันนี้ จะต้องยิ่งยึดมั่น และสนับสนุนการขับเคลื่อนสังคมเสรีประชาธิปไตยอย่างจริงจัง ด้วยการเผยแพร่ความรู้ ความเชื่อ และความเข้าอกเข้าใจอย่างลึกซึ้งจริงจังในการเป็นเสรีชนให้กับประชาชนไทยทุกหมู่เหล่าอย่างแข็งขัน และในอนาคต เมื่อประชาชนไทยต่างเข้าใจในบทบาทและหน้าที่ของการเป็นพลเมืองไทย เป็นเสรีชน อย่างชัดเจนแล้ว เขาเหล่านั้นจะจับมือเป็นห่วงโซ่ ป้องกันประชาธิปไตยและประเทศไทย จากพวกนักการเมืองจอมปลอมที่หวังเพียงแต่เข้ามาแสวงหาประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ได้ด้วยมือของพวกเขาเอง โดยไม่จำเป็นต้องรบกวนกองทัพให้ต้องออกมาทำหน้าที่พี่เลี้ยงประชาธิปไตยให้อีกบ่อยๆ อย่างที่ผ่านมา



บทความอื่นๆ