ข่าว

“ราเมศ” เปิด “กระทู้ประชาชน” เป็นกระบอกเสียงสะท้อนความเดือดร้อนประชาชนถึงรัฐบาล
20 ส.ค. 2560

“ราเมศ” เปิด “กระทู้ประชาชน” เป็นกระบอกเสียงสะท้อนความเดือดร้อนประชาชนถึงรัฐบาล

 (20ส.ค.2560) นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวแม้วันนี้ไม่สภา อดีต ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ ก็ประจำการอยู่ในพื้นที่ทุกภาค เพื่อรับฟังและแก้ไขปัญหาทุกข์ สุข ของประชาชน พร้อมทั้งสะท้อนความเดือดร้อนของประชาชน ผ่านมาทางพรรค วันนี้ตนจึงขอตั้ง “กระทู้ประชาชน” เพื่อเป็นกระบอกเสียงแทนพี่น้องประชาชน ที่จะส่งต่อเรื่องความเดือดร้อนไปยังรัฐบาล และ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
“การตั้งกระทู้ประชาชน เป็นการทำหน้าที่พรรคการเมือง ที่จะรับฟังและสะท้อนปัญหาของพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน ไม่ได้เป็นไปเพื่อล้มรัฐบาล ”รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
.
เรื่องที่1 คือ กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการเดินรถเมล์ใหม่
รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า จากการที่พรรคประชาธิปัตย์ เปิดให้ประชาชนได้ร้องเรียนปัญหาความเดือดร้อนผ่านช่องทางต่างๆ พบว่า การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ประชาชนโดยเฉพาะผู้สูงอายุ เกิดความสับสน เพราะมีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อการเดินรถ ที่เพิ่มทั้งตัวเลข และตัวอักษรภาษาอังกฤษ จึงเสนอให้ใช้สัญลักษณ์เป็นสีแล้วใช้ตัวเลขเดิม อีกทั้งการแบ่งสายรถเมล์ให้มีระยะทางการเดินรถสั้นลง คือการเพิ่มภาระให้กับประชาชน ที่จะต้องใช้บริการรถเมล์มากกว่า1 ต่อจะถึงที่หมาย
.
โดย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการเอื้อประโยชน์กับฝ่ายใดหรือไม่ จึงขอให้ยกเลิกการดำเนินการ ขณะเดียวกันเสนอให้ปฏิรูปในการบริการ ไม่ให้ประชาชนต้องรอรถเมล์นาน และมีรถเมล์ให้บริการเพียงพอจะดีกว่า
.
เรื่องที่ 2 ขอทุกฝ่ายเคารพคำตัดสินศาลฎีกาฯ คดีจำนำข้าว
รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคดีรับจำนำข้าว ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 25 ส.ค.นี้ ว่า เป็นคดีที่ผ่านการตรวจสอบตามกระบวนการยุติธรรมอย่างตรงไปตรงมา โดยเป็นผลมาจากการตรวจสอบของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สะท้อนถึงการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านอย่างเต็มที่และตรงไปตรงมา ด้วยการนำเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
.
ทั้งนี้ จึงขอให้ทุกฝ่ายรอฟังและเคารพอำนาจตุลาการ ทุกฝ่ายต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย และยอมรับคำพิพากษาเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าได้ และเห็นว่ารัฐบาลสอบตกในการอธิบายความจริงให้สังคมรับทราบ เพราะคดีนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เนื่องจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เกิดมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 40 แต่ปล่อยให้มีการบิดเบือนความจริงว่าคดีนี้เกิดในรัฐบาล คสช.
.
นายราเมศ ยังกล่าวถึงกรณีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ไปยื่น ป.ป.ช.ให้รื้อคดีสลายชุมนุมปี 53 ว่าเป็นการกระทำที่หวังกดดันให้ ป.ป.ช. หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่งเพื่อประโยชน์ทางการเมือง เพราะ ป.ป.ช. เคยยกคำร้องไปแล้ว เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี รวมถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ. ไม่ได้กระทำผิด ถือว่าคดีสิ้นสุดแล้ว ไม่สามารถดำเนินคดีอาญาซ้ำอีก จึงไม่สามารถหยิบยกขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้ จึงอยากให้นายณัฐวุฒิ ไปปรึกษาทีมกฎหมายของพรรคบ้าง เพราะพยานหลักฐานใหม่ที่กล่าวอ้างนั้นไม่มีเหตุผลเพียงพอ
.
พร้อมกันนี้ นายราเมศ ยังเรียกร้องให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ชี้แจงความคืบหน้าในคดีที่มีประชาชนไปแจ้งความ ดำเนินคดีกับนายณัฐวุฒิ ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2553 กรณีที่มีการสั่งการใช้ หรือจ้างวานให้มีการล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ซึ่งคดียังค้างอยู่ที่สถานีตำรวจพัทยา ผบ.ตร. ต้องออกมาชี้แจงว่าคดีมีความคืบหน้าอย่างไร เพราะบุคคลที่ไปล้มการประชุมอาเซียนถูกศาลตัดสินจำคุกแล้ว การกระทำของนายณัฐวุฒิ ที่ยุยงส่งเสริมให้คนไปล้มการประชุมอาเซียน ก็ควรมีการดำเนินคดีด้วย โดยในสัปดาห์หน้าจะยื่นหนังสือถึง ผบ.ตร. เพื่อทวงถามความคืบหน้าด้วย
#DemocratTH #ประชาธิปัตย์



ข่าวอื่นๆ