ข่าว

ประชาธิปัตย์ กร้าวนโยบายปราบยาเสพติด “ปะ-ฉะ-ดะ” ไม่เกรงใจใคร !
28 ธ.ค. 2561

ประชาธิปัตย์ กร้าวนโยบายปราบยาเสพติด “ปะ-ฉะ-ดะ” ไม่เกรงใจใคร !

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2561 ณ ห้องแถลงข่าวพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช ประธานกรรมการนโยบายพรรคฯ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ และ นายอันวาร์ สาและ คณะทำงาน แถลง นโยบายปราบปรามยาเสพติดของพรรคประชาธิปัตย์ โดยระบุว่า

ยาเสพติดเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของประเทศ มีผลกระทบเป็นวงกว้างต่อ เศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ ประชาชน รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้งยังเกี่ยวโยงกับปัญหาอาชญากรรมทั้งในประเทศ และอาชญากรรมข้ามชาติ ยิ่งไปกว่านั้นนักโทษกว่าร้อยละ 80 ยังเป็นนักโทษที่มาจากคดียาเสพติด 

พรรคประชาธิปัตย์ตระหนักดีว่าปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่ถูกพูดถึงมาอย่างยาวนาน และการแก้ปัญหายาเสพติดถูกนำมาสร้างความหวือหวาในการทำนโยบายหาเสียงแทบทุกครั้ง และวิธีการที่เกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้งมักเป็นเพียงการการจับกุมผู้ต้องหารายเล็ก รายน้อย แต่เน้นประเด็นการโชว์ออกสื่อ เสมือนว่าปัญหาหมดนี้ได้ลดลงไปแล้ว แต่ในความเป็นจริง ปัญหายาเสพติดยังคงหมักหมมอยู่ในวิถีชีวิตของประชาชนในสังคมเรื่อยมาจนยากที่จะแก้ไข

เมื่อครั้งสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลนั้น มี “นโยบาย 5 รั้ว” ป้องกัน สกัดกั้นยาเสพติด คือ รั้วชายแดน รั้วชุมชน รั้วสังคม รั้วโรงเรียน และรั้วครอบครัว เป็นมาตรการที่เด็ดขาด และมีผลที่ชัดเจนต่อการจัดการปัญหา แต่ในปัจจุบัน ปัญหายาเสพติดได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศชาติ

ในวันนี้พรรคประชาธิปัตย์ให้คำมั่นว่า แนวนโยบายในครั้งนี้จะเป็นนโยบายที่เน้นการปราบปรามปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืนโดยมีนโยบายอย่างเร่งด่วน ที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างไม่เกรงใจใคร! ดังต่อไปนี้ 

1. ปะ-ฉะ-ดะ ยกระดับ ป.ป.ส. ยุคใหม่ ให้อำนาจสอบสวน สืบสวนคดี คานอำนาจตำรวจท้องที่ ไม่เกรงกลัวอิทธิพล
- ป.ป.ส. มีอำนาจ สืบสวน สอบสวน ทำสำนวนส่งฟ้องอัยการ โดยตรง ไม่ต้องผ่านตำรวจ 
- มี ป.ป.ส. ทุกจังหวัด หากในพื้นที่มีการตรวจจับคดียาเสพติด ตำรวจในท้องที่ แสดงถึงความไม่เข้มงวดในการดูแลพื้นที่ 
- ป.ป.ส. ขึ้นกับนายกรัฐมนตรีโดยตรง จากเดิมขึ้นกับกระทรวงยุติธรรม 

2. ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย ให้โอกาสประชาชน รู้ตัว-กลับใจ-แก้ไขใหม่ได้ทุกคน
- ลดโทษผู้เสพ เปรียบเสมือนผู้ป่วย โดยให้ผู้เสพได้รับการบำบัดอย่างทันท่วงที และไม่มีประวัติ อาชญากรรมหากบำบัดสำเร็จ 

3. ประชาชนร่วมใจ ใส่ใจสังคม : เพราะเรารู้ว่าสังคมคือกำลังใจที่ดีที่สุด
- สังคมมีส่วนร่วมโดยตรงในการป้องกันปัญหายาเสพติด โดยมีสัญญาร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัย และสถานศึกษาในชุมชน ให้นักเรียน นักศึกษา ทำโครงการดูแลชุมชน รับทราบปัญหาของแต่ละชุมชน เพื่อให้คนในสังคมรับรู้ถึงภัยยาเสพติด 
- อาสาสมัครป้องกันภัยทุกหมู่บ้าน ให้มีอาสาสมัครดูแลหมู่บ้านคอยสอดส่องปัญหายาเสพติด ความปลอดภัยในชุมชน โดยมีค่าตอบแทน

4. เพิ่มโทษหนักขึ้น : เอาให้หนักกับกรณีเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนรู้เห็น
- ไม่เกรงใจใคร! เพิ่มโทษหนักขึ้น หากเจ้าหน้าที่รัฐทุกหน่วยงานมีส่วนรู้เห็นต่อยาเสพติด

5. สร้าง “ศูนย์บำบัดยาเสพติดมีคุณภาพ” ในทุกจังหวัดทั่วไทย สร้างคนดีกลับสู่สังคม




ข่าวอื่นๆ