ข่าว

“ชาญชัย” ค้าน พรบ. ปปช. 2561 ย้อนแย้ง มั่วกันเอง กระทบกระบวนการสอบทุจริต
28 ธ.ค. 2561

“ชาญชัย” ค้าน พรบ. ปปช. 2561 ย้อนแย้ง มั่วกันเอง กระทบกระบวนการสอบทุจริต


เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2561 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) มีคำสั่งให้ยกเลิกการยื่นแบบแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายของโครงการ (บช.1) ต่อกรมสรรพากรว่า คำสั่งดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะให้ยกเลิกการบังคับใช้มาตรา 103/7 ซึ่งมีผลทำให้ผู้ประกอบการที่ประมูลงานของรัฐกับหน่วยงานรัฐไม่ต้องยื่นบัญชีหนึ่งเกี่ยวกับรายรับรายจ่ายแก่กรมสรรพากร ถือว่าเป็นการแก้ไขสาระสำคัญของกฎหมาย ป.ป.ช. และยังเป็นการส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่รัฐและเอกชนผู้ประกอบการทำการทุจริต เพิ่มขึ้นซึ่งเดิมมาตรา 103 / 7 วรรค 2 ทางสภาผู้แทนราษฎรในสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ ปีพ.ศ. 2552 ถึง 2554 ได้ร่วมการเห็นชอบให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินและกลับบริษัทเอกชนที่ได้รับงานของรัฐโดยผู้ประกอบการจะต้องแจ้งบัญชีรายรับรายจ่ายอีกทั้งห้ามมิให้เบิกเงินสดจากธนาคาร และให้กรมสรรพากรสามารถตรวจสอบการทำราคากลางรวมถึงการหลีกเลี่ยงการชำระภาษีตลอดจนใบเสร็จหากไม่ตรงกับข้อเท็จจริงมาหักเป็นค่าใช้จ่ายกับรัฐ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรกล้าที่จะออกกฏหมายป.ป.ช.มาตรา 103/7 เพื่อเอาผิดกับนักการเมืองในทุกระดับและ ข้าราชการขี้โกง รวมถึงเอกชนที่มาทำมาหากินกับงบประมาณแผ่นดินโดยฉ้อราษฎร์บังหลวงเพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นให้เด็ดขาดโดยให้ ป.ป.ช. กรมสรรพากร ป.ป.ง. สามารถดำเนินคดีได้ 

นายชาญชัย กล่าวต่อว่าก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. เคยได้มีคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 69/2557 เรื่องมาตราการ ป้องกันและแก้ไขการทุจริตประพฤติมิชอบ ปรากฏในคำสั่งข้อ 3.ของประกาศดังกล่าว ระบุว่าในกรณีการจัดซื้อจัดจ้างของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐให้หัวหน้าส่วนราชการและหัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่ในการควบคุมกำกับดูแลการดำเนินงานให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติประกอบเปิดประมูลว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 อย่างเคร่งครัด (แก้ไขเมื่อปี2554) สาระสำคัญคือ ต้องการให้ใช้มาตรา103/7 เพราะคำสั่งนี้ยังถือว่าเป็นกฎหมายและยังดำรงความเป็นกฏหมายบังคับใช้อยู่ 

นายชาญชัยได้ตั้งคำถามว่า ทั้ง คสช. รัฐบาล สนช.และป.ป.ช. ทำงานกันอย่างไร ถึงได้ออกกฎหมายและประกาศมาบังคับใช้ ย้อนแย้ง สับสนมั่วกันเอง จนกระทบถึงกระบวนการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่นซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของชาติและวาระแห่งชาติ รัฐบาล คสช. อ้างเป็นผลงานหลัก แต่กลับส่งเสริมการทุจริต ฉ้อราษฎร์บังหลวงเพิ่มขึ้นหรือไม่ พวกท่านเป็นข้าราชการบริหารประเทศ ทั้งฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ แต่กลับกลัวการตรวจสอบเส้นทางการเงินของตัวเองหรือพวกพ้องใช่หรือไม่ จึงออกพ.ร.บ.ป.ป.ช.พ.ศ.2561 ให้ยกเว้นการตรวจสอบเส้นทางการเงินทุจริตจากการใช้งบประมาณแผ่นดินที่มาจากเงินภาษีประชาชน 




ข่าวอื่นๆ